Blog

  • Wicked: For Good (2025) วิคเค็ด ภาค 2

    Wicked: For Good (2025) วิคเค็ด ภาค 2

    ชื่ออย่างเป็นทางการ: Wicked: For Good วันที่เข้าฉาย: 21 พฤศจิกายน 2025 ผู้กำกับ: จอน เอ็ม. ชู (Jon M. Chu) นักแสดงนำ: ซินเธีย เออริโว (Cynthia Erivo) เป็น เอลฟาบา (Elphaba), อะเรียน่า กรานเด (Ariana Grande) เป็น กลินด้า (Glinda), โจนาธาน เบลีย์ (Jonathan Bailey) เป็น ฟิเยโร่ (Fiyero), เจฟฟ์ โกลด์บลัม (Jeff Goldblum) เป็น พ่อมดแห่งออซ (The Wizard of Oz), มิเชล โหย่ว (Michelle Yeoh) เป็น มาดาม มอร์ริเบิล (Madame Morrible)

    คะแนน IMDB และกระแสวิจารณ์ (เบื้องต้น)

     

    • คะแนน IMDB (คาดการณ์): เนื่องจากภาคแรกได้รับเสียงชื่นชมอย่างสูง (และยังไม่มีการเปิดเผยคะแนนอย่างเป็นทางการสำหรับภาค 2) คาดว่าคะแนนจะอยู่ในระดับ โดยอิงจากความคาดหวังของแฟนเพลงและนักวิจารณ์
    • กระแสวิจารณ์โดยรวม: คาดว่าจะเน้นย้ำถึง ความลึกซึ้งของอารมณ์ และ การนำเสนอภาพที่มืดหม่นยิ่งขึ้น (a darker tone) ตามเนื้อเรื่องใน Act II ของละครเพลง นักวิจารณ์น่าจะยกย่องการแสดงของ ซินเธีย เออริโว และฉากไคลแม็กซ์ทางดนตรีที่ทรงพลัง ขณะที่ อะเรียน่า กรานเด จะได้รับการกล่าวถึงในการถ่ายทอดการเดินทางของ กลินด้า ที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งภายใน

     

    เรื่องย่อโดยละเอียดและสปอยล์ (Plot Summary & Major Spoilers)

     

    Wicked: For Good ดัดแปลงมาจากองก์ที่ 2 (Act II) ของละครเพลงบรอดเวย์ชื่อดัง โดยเริ่มต้นหลังจากที่ เอลฟาบา (The Wicked Witch of the West) ได้ “ท้าทายแรงโน้มถ่วง” (Defying Gravity) และแยกทางกับ กลินด้า (Glinda the Good)

     

    การเดินทางที่แยกจากกัน (Estrangement and Consequences)

     

    1. เอลฟาบาในฐานะแม่มดชั่วร้าย: เอลฟาบาใช้ชีวิตในฐานะผู้หลบหนีและถูกตีตราเป็น แม่มดชั่วร้ายแห่งตะวันตก อย่างสมบูรณ์แบบ เธอใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวในป่าเพื่อต่อสู้เพื่อสิทธิของ สัตว์ ที่กำลังถูกคุกคามโดยอำนาจของ พ่อมดแห่งออซ เธอพยายามอย่างยิ่งที่จะเปิดเผยความจริงอันชั่วร้ายของพ่อมด
    2. กลินด้าผู้มีชื่อเสียง: ในทางกลับกัน กลินด้า ได้รับการยอมรับอย่างเต็มตัวในฐานะ กลินด้าผู้แสนดี เธออาศัยอยู่ในพระราชวังมรกต (Emerald City) และกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความดีงามและเสน่ห์ดึงดูด ภายใต้การชักใยของ มาดาม มอร์ริเบิล ที่คอยใช้เธอเป็นเครื่องมือในการปลอบประโลมมวลชน
    3. ความรักที่ขมขื่น: กลินด้าและ ฟิเยโร่ (Jonathan Bailey) หมั้นหมายกันอย่างไม่เต็มใจ เพราะหัวใจของฟิเยโร่ยังคงเป็นของเอลฟาบา ความพยายามของกลินด้าที่จะเป็นตัวกลางในการเจรจาระหว่างเอลฟาบาและพ่อมดจึงล้มเหลว นำไปสู่เหตุการณ์ที่ทำให้ฟิเยโร่ถูกจับกุม

     

    จุดหักเหที่นำไปสู่ชะตากรรม (The Arrival of Dorothy and Fiyero’s Fate)

     

    1. คำสาปของเนสซาโรส: เนสซาโรส (Nessarose) น้องสาวของเอลฟาบา (ซึ่งถูกแต่งตั้งเป็นผู้ว่าการแห่งมันช์กินแลนด์) เริ่มกลายเป็นทรราชย์เพราะความขมขื่นและความรู้สึกถูกทอดทิ้ง เอลฟาบาใช้เวทมนตร์เพื่อ “ซ่อมแซม” รองเท้าของเนสซาโรส (ซึ่งต่อมากลายเป็น รองเท้าสีเงิน ในเรื่อง The Wizard of Oz) แต่เวทมนตร์นั้นกลับนำมาซึ่งความพินาศ
    2. การมาถึงของโดโรธี (Dorothy’s Arrival): มาดาม มอร์ริเบิล ใช้เวทมนตร์เพื่อสร้างพายุไซโคลนขนาดใหญ่เพื่อล่อให้เอลฟาบาออกมาจากที่ซ่อน และทำให้เกิดเหตุการณ์ที่บ้านของเด็กหญิงจากแคนซัสชื่อ โดโรธี เกล (Dorothy Gale) ตกลงมาทับร่างของเนสซาโรส ทำให้เธอเสียชีวิต กลายเป็น แม่มดชั่วร้ายแห่งบูรพา (Wicked Witch of the East)
    3. การตามล่าหาเอลฟาบา: เอลฟาบาเข้าสู่ความมืดมิดอย่างแท้จริง และสาบานว่าจะล้างแค้นให้กับน้องสาว โดยพยายามตามหาโดโรธีเพื่อเอารองเท้าของเนสซาโรสคืน ฟิเยโร่พยายามช่วยเหลือเอลฟาบา ทำให้เขาถูกจับและถูกทรมานโดย มาดาม มอร์ริเบิล
    4. การแปลงร่างของฟิเยโร่ (Major Twist – The Scarecrow): เอลฟาบาพยายามใช้เวทมนตร์สุดท้ายของเธอเพื่อปกป้องฟิเยโร่ แต่ทำได้เพียง “กัน” ตัวเขาจากภยันตรายที่กำลังจะเกิดขึ้นแทน ทำให้ร่างกายของเขาเปลี่ยนรูปร่างไปเป็น หุ่นไล่กา (Scarecrow)

     

    บทสรุปที่หวานปนขม (For Good)

     

    1. ความจริงเกี่ยวกับพ่อมด: กลินด้าค้นพบหลักฐานที่ชี้ให้เห็นว่าพ่อมดแห่งออซเป็นคนโกหก และอาจเป็น พ่อผู้ให้กำเนิดของเอลฟาบา อย่างแท้จริง ทำให้เธอเผชิญหน้ากับมาดาม มอร์ริเบิล และสั่งให้พ่อมดออกจากออซไป
    2. ฉากสุดท้าย (Faked Death): เอลฟาบาและกลินด้าพบกันเป็นครั้งสุดท้ายที่ปราสาทของเอลฟาบา เมื่อโดโรธีและพวกพ้อง (รวมถึงหุ่นไล่กา ฟิเยโร่) มาถึงและโยนน้ำใส่เอลฟาบาตามการชี้นำของพ่อมด เอลฟาบา “ละลาย” ต่อหน้าสาธารณชน แต่ฉากสุดท้ายเผยให้เห็นว่านี่คือ การจัดฉากการตาย ที่เอลฟาบากับฟิเยโร่ (ในร่างหุ่นไล่กา) วางแผนไว้ร่วมกัน เพื่อที่พวกเขาจะสามารถหนีออกจากออซไปใช้ชีวิตร่วมกันได้
    3. การเสียสละของกลินด้า: กลินด้าต้องยอมรับที่จะอยู่ต่อเพื่อปกครองออซในฐานะ “กลินด้าผู้แสนดี” โดยที่ไม่เคยรู้เลยว่าเอลฟาบาเพื่อนรักของเธอยังมีชีวิตอยู่ ทั้งสองกล่าวคำอำลาผ่านเพลง “For Good” เป็นการยืนยันมิตรภาพที่เปลี่ยนแปลงชีวิตของกันและกันไปตลอดกาล

     

    บทวิจารณ์เชิงวิพากษ์ (Critique)

     

    Wicked: For Good ถูกสร้างขึ้นเพื่อตอบสนองต่อเนื้อเรื่องที่ค้างคาจากภาคแรก และประสบความสำเร็จในการนำเสนอเรื่องราวบทสรุปที่เต็มไปด้วยความรัก มิตรภาพ และการเสียสละ:

    • ความเข้มข้นทางอารมณ์: ภาคนี้มุ่งเน้นไปที่ ผลที่ตามมา (Consequences) จากการตัดสินใจในภาคแรก ทำให้โทนของภาพยนตร์เข้มข้นและมืดหม่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ฉากดราม่าระหว่างเอลฟาบาและฟิเยโร่ รวมถึงความขัดแย้งของกลินด้าที่ต้องเลือกระหว่างความรักกับชื่อเสียงนั้นมีความกินใจอย่างยิ่ง
    • การแสดงดนตรีที่ทรงพลัง: การนำเสนอเพลงที่แฟนๆ รอคอยอย่าง “No Good Deed” ของเอลฟาบา ที่ถ่ายทอดการยอมรับในฉายา “แม่มดชั่วร้าย” ของเธอ และเพลงคู่สุดท้าย “For Good” ที่เต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึก คาดว่าจะเป็นจุดสูงสุดของภาพยนตร์
    • การพัฒนาตัวละครของกลินด้า: บทวิจารณ์หลายส่วนคาดว่าจะยกย่องว่าภาคนี้เป็น “การเดินทางของกลินด้า” อย่างแท้จริง (Glinda’s trajectory) โดยแสดงให้เห็นการเติบโตของเธอจากสาวผิวเผินผู้คลั่งไคล้ชื่อเสียง สู่ผู้นำที่ต้องเสียสละความสุขส่วนตัวเพื่อความสงบสุขของออซ
    • การเชื่อมโยงกับ The Wizard of Oz: ภาคนี้จะทำหน้าที่เป็น สะพานเชื่อม ไปสู่เนื้อเรื่อง The Wizard of Oz ฉบับปี 1939 ได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยเปิดเผยที่มาของหุ่นไล่กา (Scarecrow), มนุษย์ดีบุก (Tin Man – โบ๊ค), และแม่มดแห่งตะวันออก (Nessarose) ทำให้เรื่องราวมีมิติที่เชื่อมโยงกันอย่างสมบูรณ์

    ตัวอย่าง

     

    โดยสรุป Wicked: For Good ไม่ได้เป็นเพียงแค่บทสรุป แต่เป็นการขยายจักรวาลของออซให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ด้วยงานสร้างที่ตระการตาและหัวใจของมิตรภาพที่ไม่อาจแตกหัก ภาพยนตร์เรื่องนี้จะเป็นการปิดฉากเรื่องราว “เบื้องหลัง” ของแม่มดในตำนานได้อย่างน่าประทับใจและน่าจดจำ

  • ส่องมุมมอง ‘กูรูนางงาม’: คำแนะนำให้ ‘เบบี๋’ มองหาคุณค่าในตนเอง แทนการรอโอกาสจากสังคม

    ส่องมุมมอง ‘กูรูนางงาม’: คำแนะนำให้ ‘เบบี๋’ มองหาคุณค่าในตนเอง แทนการรอโอกาสจากสังคม

    นำเสนอความคิดเห็นจากนักวิเคราะห์และกูรูนางงาม ที่ให้กำลังใจเบบี๋ให้ ก้าวข้ามความเสียใจ และ มองเห็นคุณค่าในความสามารถ และกระแสความสนใจที่เธอได้รับในปัจจุบัน พวกเขาย้ำว่าเบบี๋ควรใช้โอกาสที่เกิดขึ้นในการสร้างเส้นทางอาชีพใหม่ที่มั่นคงและยั่งยืน โดยไม่ต้องรอการยอมรับหรือโอกาสจากเวทีนางงามอีกต่อไป ซึ่งเป็นแนวคิดที่สนับสนุนให้ผู้หญิงมีความกล้าที่จะเป็นตัวของตัวเองอย่างเต็มที่

  • เบื่อ iPhone ไหม? 8 เหตุผลที่น่าสนใจในการย้ายค่ายมาใช้ Android (รวมถึงหน้าจอพับได้และอิสระในการปรับแต่ง)

    เบื่อ iPhone ไหม? 8 เหตุผลที่น่าสนใจในการย้ายค่ายมาใช้ Android (รวมถึงหน้าจอพับได้และอิสระในการปรับแต่ง)

    แม้ว่าการถกเถียงระหว่างผู้ใช้ Android และ iPhone จะเริ่มคลี่คลายลง โดยที่ทุกคนหันมาเคารพการตัดสินใจของกันและกันมากขึ้น แต่สำหรับผู้ใช้ iPhone ที่เริ่มรู้สึกเบื่อหน่ายกับรูปแบบเดิม ๆ และสงสัยว่าโลกของ Android มีอะไรน่าตื่นเต้นให้สำรวจบ้าง บทความนี้มีคำตอบให้คุณ

    จริงอยู่ที่ iPhone 17 ได้พัฒนาตามคุณสมบัติที่ Android มีมานานแล้ว เช่น ระบบระบายความร้อนด้วยไอน้ำ (Vapor Chamber Cooling) และหน้าจออัตรารีเฟรชสูง แต่ Android ก็ยังคงมีข้อได้เปรียบที่โดดเด่น ซึ่งทำให้เป็นทางเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่ง

    นี่คือเหตุผลดี ๆ 8 ข้อที่คุณควรลองพิจารณาเปลี่ยนมาใช้ Android:

     

    1. มีตัวเลือกมากมายหลากหลายแบรนด์

     

    ข้อได้เปรียบที่ใหญ่ที่สุดของการซื้อโทรศัพท์ Android คือคุณไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่แบรนด์เดียว แต่มีตั้งแต่ Samsung Galaxy S25, Google Pixel 10, และ OnePlus 15 ไปจนถึงแบรนด์เฉพาะกลุ่มอย่าง RedMagic 10S Pro ที่เน้นเกมเมอร์ หรือ Nothing Phone 3 ที่มีดีไซน์โดดเด่น

    การแข่งขันนี้ทำให้ผู้ผลิตต่างใส่ลูกเล่นและนวัตกรรมเจ๋ง ๆ เข้าไปเพื่อสร้างความแตกต่าง เช่น RedMagic 10S Pro มี พัดลมระบายความร้อนในตัว สำหรับเล่นเกมยาว ๆ หรือ Galaxy S25 Ultra ที่มี ปากกา S Pen ซ่อนอยู่ในตัวเครื่อง นอกจากนี้ยังมีตัวเลือกด้านราคาที่หลากหลาย ตั้งแต่เรือธงไปจนถึงโทรศัพท์ราคาประหยัดที่คุณภาพดี

     

    2. โลกของสมาร์ทโฟนจอพับ (Foldables)

     

    ตราบใดที่ iPhone จอพับยังเป็นเพียงข่าวลือ โอกาสเดียวที่คุณจะได้สัมผัสกับหน้าจอที่ พับงอได้ คือการเลือกใช้ Android เท่านั้น ปัจจุบันโทรศัพท์จอพับไม่ได้เป็นเพียงของแปลกใหม่อีกต่อไป แต่มีผู้ใช้ที่ชื่นชอบมันอย่างแท้จริง

    แบรนด์ Android ส่วนใหญ่มีโทรศัพท์จอพับวางขายแล้ว ซึ่งถือเป็นโทรศัพท์ระดับสูงสุดของค่าย (แม้จะมีราคาสูง) คุณสามารถเลือกได้ว่าจะใช้แบบพับในแนวตั้ง (เหมือนโทรศัพท์ฝาพับในยุค 90) หรือแบบพับแนวนอนที่เปลี่ยนโทรศัพท์ให้เป็น แท็บเล็ตในกระเป๋า ได้ในเวลาเดียวกัน

     

    3. อิสระในการปรับแต่งที่เหนือกว่า

     

    สำหรับคนที่ชอบการปรับแต่งหน้าจอโทรศัพท์ Android คือคำตอบ คุณสามารถปรับแต่งโทรศัพท์ได้โดยไม่จำเป็นต้องทำอะไรที่ยุ่งยากเลย วิธีที่ได้รับความนิยมที่สุดคือการใช้ Launcher (แอปพลิเคชันที่เปลี่ยนรูปลักษณ์ของหน้าจอหลักและลิ้นชักแอป) ซึ่ง iPhone ไม่มีฟังก์ชันนี้เลย

    นอกจาก Launcher แล้ว คุณยังสามารถติดตั้ง Icon Packs เพื่อเปลี่ยนไอคอนแอป หรือใช้แอปพลิเคชันอย่าง KWGT เพื่อ สร้างวิดเจ็ตแบบกำหนดเอง ได้ตามใจชอบ บางอุปกรณ์ยังอนุญาตให้คุณเปลี่ยนฟอนต์ได้อีกด้วย ทำให้หน้าตาของโทรศัพท์ของคุณไม่เหมือนใคร

     

    4. จัดการไฟล์ได้ง่ายและเป็นอิสระ

     

    Apple มักจะจำกัดการเข้าถึงไฟล์ต่าง ๆ บน iPhone ทำให้การจัดระเบียบข้อมูลอาจน่าหงุดหงิดสำหรับบางคน แต่ Android ไม่มีปัญหาดังกล่าว เพราะสามารถเข้ากันได้กับระบบปฏิบัติการ Mac, Windows, และ Linux ได้ทันทีโดยไม่ต้องใช้ซอฟต์แวร์พิเศษ

    ผู้ใช้สามารถดาวน์โหลด แอปพลิเคชันจัดการไฟล์ (File Browsers) ได้หลากหลาย ทำให้สามารถจัดการพื้นที่จัดเก็บได้อย่างเต็มที่ ซึ่งมีประโยชน์มากสำหรับผู้ใช้เฉพาะทาง เช่น ผู้ที่ใช้แอป Emulators ที่ต้องการจัดเก็บไฟล์เกม (ROMs) ไว้ในโฟลเดอร์เฉพาะ การจัดการไฟล์ที่ยืดหยุ่นกว่านี้ทำให้ Android ใช้งานได้ดีกว่าสำหรับงานที่ต้องทำซ้ำ ๆ

     

    5. เข้าถึงแอปพลิเคชันได้หลากหลายและเปิดกว้างกว่า

     

    ผู้ใช้ Android มีทางเลือกในการเข้าถึงแอปพลิเคชันที่หลุดกรอบมากกว่า Apple App Store มานานแล้ว แม้ว่าปัจจุบัน Apple จะเริ่มอนุญาตให้มี Emulators และร้านค้าแอปพลิเคชันภายนอกได้แล้วตามกฎหมาย EU แต่ Android ได้มอบสิทธิพิเศษนี้ให้ผู้ใช้มานานหลายปี

    ความอิสระนี้รวมถึงแอปพลิเคชันเฉพาะทางมากมาย และความสามารถในการ รันแอปพลิเคชันหลายสำเนา สำหรับคนที่ต้องการใช้แอปเดียวกันด้วยหลายบัญชีผู้ใช้ (Profiles) ได้อีกด้วย

     

    6. การชาร์จที่รวดเร็วทันใจ

     

    แม้ว่า Apple จะพยายามปรับปรุงความเร็วในการชาร์จ แต่ก็ยังตามหลังผู้นำในตลาด Android อยู่มาก ตัวอย่างเช่น iPhone 17 Pro Max อาจรองรับการชาร์จที่ 40W แต่โทรศัพท์ Android ระดับเรือธงสามารถทำได้ดีกว่ามาก

    • Samsung Galaxy S25 Ultra ชาร์จที่ 45W
    • OnePlus 13 สามารถชาร์จที่ความเร็วสูงถึง 100W ทำให้ชาร์จเต็มได้ในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง

    หากคุณเป็นคนที่ต้องชาร์จโทรศัพท์ระหว่างวันบ่อย ๆ โทรศัพท์ Android จะช่วยให้คุณได้แบตเตอรี่กลับมาใช้ได้มากขึ้นในระยะเวลาที่เท่ากันอย่างเห็นได้ชัด

     

    7. ฟีเจอร์ของระบบปฏิบัติการที่ล้ำหน้ากว่า

     

    Android มักเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมมาโดยตลอด ตั้งแต่คุณสมบัติเก่า ๆ อย่าง NFC ไปจนถึงคุณสมบัติที่ทันสมัย เช่น การผสานรวม ปัญญาประดิษฐ์ (AI Integration) เข้ามาในระบบปฏิบัติการ

    นอกจากฟีเจอร์ที่กล่าวถึงไปแล้ว เช่น การเปลี่ยน Launcher และการจัดการไฟล์ที่เหนือกว่า Android ยังมีคุณสมบัติที่ iOS ยังไม่มี เช่น โหมด Guest Mode ในตัว, การรองรับ หลายบัญชีผู้ใช้ (Multiple User Accounts), โหมด Split-screen (แบ่งหน้าจอ), Bubbles (แอปพลิเคชันแบบลอย), ปุ่มย้อนกลับ (หรือท่าทางสัมผัส) ในระดับ OS, และ โหมด DeX ของ Samsung ที่เปลี่ยนโทรศัพท์ให้เป็นประสบการณ์แบบ PC

    พูดง่าย ๆ คือ ถ้าคุณต้องการฟีเจอร์ใหม่ ๆ ที่ล้ำหน้าและเร็วกว่า Android มักจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

     

    8. อิสระในการทำอะไรได้ “มากกว่า”

     

    ฟังก์ชันสุดท้ายอาจเป็นเรื่องเฉพาะกลุ่ม แต่ Android มอบอิสระให้ผู้ใช้ได้ทำสิ่งต่าง ๆ ที่ Apple ไม่อนุญาต ตัวอย่างเช่น เนื่องจากโทรศัพท์ Android สามารถทำงานเป็นหน่วยเก็บข้อมูล USB ได้ จึงเป็นไปได้ที่จะใช้หน่วยความจำภายในของโทรศัพท์เพื่อ ติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows บน PC ของคุณได้

    แม้ว่านี่อาจไม่ใช่เหตุผลหลักในการเปลี่ยน แต่การมีอิสระในการควบคุมอุปกรณ์ของคุณได้มากขนาดนี้คือเสน่ห์อย่างหนึ่งของ Android ที่ยังคงความเป็น “Wild West” หรือดินแดนแห่งอิสระที่ผู้ใช้สามารถปรับแต่งและควบคุมทุกอย่างได้ตามใจชอบ

  • รีวิว: KISD-079: พิเศษสาว Gyaru โรงเรียนมัธยม

    รีวิว: KISD-079: พิเศษสาว Gyaru โรงเรียนมัธยม

    เพื่อเป็นการฉลองครบรอบเจ็ดปีของสตูดิโอ Kira Kira และครบรอบห้าปีของสตูดิโอ Bi (ปัจจุบันรู้จักกันในชื่อ Chijo Heaven) สองสตูดิโอจึงร่วมมือกันสร้างวิดีโอ KISD-079 ซึ่งออกฉายในปี 2014


     

    ความวุ่นวายของสาวๆ Gyaru ที่ Kirabi Academy

    วิดีโอนี้มีฉากหลังที่ โรงเรียนเอกชน Kirabi Academy (ซึ่งชื่อ “Kirabi” มาจากการรวมกันของชื่อสองสตูดิโอ) และมุ่งเน้นไปที่กลุ่มนักเรียนหญิง Gyaru ตัวแสบแปดคน ได้แก่ Hoshi Asuka, Sakurai Ayu, AIKA, Aiba Reika, Tomoda Ayaka, Tachibana Nao, Anku Chacha และ Takigawa Kanon

    แก๊งสาวๆ ตัดสินใจที่จะ แอบสอดแนมคุณครูของพวกเธอ Reika และ Chacha จึงเริ่มปฏิบัติการ เรื่องนี้ถูกนำเสนอในลักษณะที่ ตลกขบขัน และเกือบจะเป็นแนว ตลกเจ็บตัว (Slapstick) โดยที่เด็กสาวทั้งสองวิ่งวุ่นไปตามทางเดินด้วยท่าทางที่ดูเกินจริงขณะที่พวกเธอก่อเรื่อง มีมุกตลกที่เกิดขึ้นซ้ำๆ ที่คนหนึ่งในกลุ่ม (ในสไตล์ตลกแบบ boke ของญี่ปุ่น) พยายามจะแอบฟังผิดฝั่งของทางเดิน แม้ว่ามุกตลกญี่ปุ่นจะไม่ใช่แนวที่ผมชอบเสมอไป แต่ผมก็สนุกกับความเบาสมองของวิดีโอนี้


     

    หลักฐานสำคัญและฉากเซ็กส์ขนาดใหญ่

    ไม่ว่าจะด้วยวิธีใด เด็กสาวทั้งสองก็ค้นพบว่า คุณครูของพวกเธอมีเซ็กส์กับนักเรียนชาย! Chacha รีบถ่ายคลิปกิจกรรมอันฉาวโฉ่นั้นด้วยโทรศัพท์ของเธอ จากนั้นทั้งแก๊งก็มารวมตัวกันและดูหลักฐานชิ้นสำคัญนี้

    ไม่นานนัก พวกสาวๆ ก็เอาวิดีโอนี้ไปโชว์ให้ครูผู้ชายคนหนึ่งดู และลงเอยด้วยการมี เซ็กส์หมู่เก้าคน กับเขา ช่างเป็นผู้ชายที่โชคดีอะไรเช่นนี้! ฉากเซ็กส์หมู่ขนาดใหญ่แบบนี้หาได้ยากใน JAV โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบัน ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ได้เห็น

    ฉากเซ็กส์อื่นๆ ได้แก่ ฉากที่เริ่มต้นด้วย Ayaka มีเซ็กส์กับนักเรียนคนหนึ่งในห้องพยาบาล (และแสดงให้เห็นทักษะการหลั่งน้ำของเธอที่น่าประทับใจ) ก่อนที่สาวๆ คนอื่นๆ จะตามเข้ามา พร้อมกับพานักเรียนชายคนอื่นๆ มาด้วย และกลายเป็น วงปาร์ตี้เซ็กส์ขนาดใหญ่

    ในฉากต่อมา สาวๆ แบ่งออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งมีเซ็กส์กับชายสูงวัย (ซึ่งพวกเธอทดสอบว่าเขาจำชื่อพวกเธอได้หรือไม่ ซึ่งรู้สึกเหมือนเป็นชั้นเรียนเพศศึกษาเล็กๆ) และอีกกลุ่มหนึ่งแอบเข้าไปในห้องของนักเรียนชายและ ทดลองกับของเล่นทางเพศ ของเขา (เมื่อพิจารณาจากประสบการณ์ทางเพศที่ชัดเจนของพวกเธอ ก็น่าแปลกที่พวกเธอไม่เคยเจอของแบบนี้มาก่อน!)


     

    ไคลแม็กซ์ที่ล้นหลาม

    ฉากสุดท้ายของวิดีโอคือการรวมตัวของ นักเรียนหญิง, คุณครูหญิง และนักเรียนชาย เพื่อจัด ปาร์ตี้เซ็กส์ขนาดใหญ่ที่มีคนถึง 20 คน มันมีการเคลื่อนไหวมากมายจนเกือบจะเกินความคาดหมาย ฉากนี้ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในห้องเรียน แม้ว่าบางครั้งกิจกรรมจะล้นออกไปถึงโถงทางเดินก็ตาม มันเป็นภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจจริงๆ

    นี่คือวิดีโอที่ น่าทึ่ง พร้อมทีมนักแสดงที่ยอดเยี่ยม, เต็มไปด้วยฉากเซ็กส์ที่น่าทึ่ง และช่วงแทรกที่ตลกขบขัน ถ้าคุณชื่นชอบสาวๆ Gyaru คุณควรหาดูวิดีโอนี้ด้วยตัวเองอย่างยิ่ง

    แต่ถ้าคุณชอบคุณครูหญิงมากกว่าล่ะ? ฉากเซ็กส์ฉากเดียวจะเพียงพอหรือไม่? คุณถูกละเลยหรือเปล่า? ไม่ต้องกลัว—วิดีโอนี้ก็มีสิ่งที่คุณต้องการเช่นกัน

    ★★★★☆ 4/5